อยากได้งานพิมพ์ภาพระดับมาสเตอร์พีซแวะมาอ่านตรงนี้ด่วน!

Updated: Aug 27, 2020



เห็นงานภาพถ่ายตามนิทรรศการหรืองานแสดงภาพระดับมาสเตอร์พีซที่ถูกจัดโชว์อย่างประณีตบรรจงในพิพิธภัณฑ์แล้วนั้น หลายๆ คนคงเคลิ้มไปกับความสวยงามที่ศิลปินต้องการสื่อ และสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ สีสันที่สวยงามและสุดแสนจะคมชัด ทำให้พวกเราต่างประทับใจไม่รู้ลืมกันเลยทีเดียว ดังนั้นหลายคนคงมีคำถามในใจว่า "เค้าผลิตงานพิมพ์ยังไงให้ออกมาดีขนาดนั้น" เพราะแน่นอนว่า ไม่ว่าช่างภาพหรือคนที่ชอบถ่ายรูปอย่างเราๆ ท่านๆ ต่างก็ฝันไว้ว่าอยากได้งานดีๆ แบบนั้นมาสะท้อนผลงานของตัวเอง ดังนั้นถัดจากฝีมือการถ่ายรูป สิ่งสำคัญที่ต้องเริ่มคำนึงถึงเลยคือ คุณภาพของภาพที่พิมพ์ออกมาจากเครื่อง Printer สิ่งเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างภาพพิมพ์ที่มีคุณภาพสูงระดับงานมาสเตอร์พีซ แสดงทั้งฝีมือและความเป็นมืออาชีพของช่างภาพ และนอกจากจะสร้างความประทับใจแล้ว เครื่อง Printer ที่ดีสามารถพิมพ์ผลิตผลงานที่ทำให้สามารถเก็บรักษาได้ในระยะยาว ให้คงทน สีไม่ซีดจาง


แต่ก่อนที่จะเล่ายาวไปถึงคุณสมบัติของ Printer หรือเครื่องพิมพ์ที่เหมาะสมกับการพิมพ์รูปถ่ายคุณภาพสูง สิ่งที่เราไม่ควรพลาดเลยคือ เรื่องของการกำหนด Resolution หรือพิกเซล (บล็อกสี) เพราะคุณสมบัติของ Resolution จะเป็นตัวกำหนดรายละเอียดของรูปภาพความคมชัดของรูปภาพ

  1. 250kb - 500kb เหมาะกับงานภาพขนาดเล็ก

  2. 500kb -1mb ใช้งานได้สูงสุดถึงขนาด A7 - หนึ่งในแปดของแผ่น A4 (74 x 105 มม.)

  3. 1mb -1.5mb สูงสุดขนาด A6 - หนึ่งในสี่ของ A4 (105 x 148 มม.)

  4. 1.5mb - 2mb สูงสุดขนาด A5 - ครึ่ง A4 (148 x 210 มม.)

  5. 3.5mb ถึง A4 (210 x 297 มม.)

  6. 6mb + A3 หรือสูงกว่า (297 x 420 มม.)


หลังจากเข้าใจในเรื่อง Resolution ของภาพแล้ว มาต่อกันที่เรื่อง Printer กันเลย เอาจริงๆ ในตลาดมี Printer สารพัดยี่ห้อ ทำให้ยากจะตัดสินใจเพราะต่างก็เคลมฟีเจอร์และฟังก์ชั่นเด็ดๆ มาไม่แพ้กัน แต่ถ้าไม่อยากพลาดในเรื่องการตัดสินใจ ขออธิบายในเรื่องของการพิมพ์ภาพกันให้เห็นแบบเบื้องลึกเบื้องหลังเพื่อจะได้ช่วยให้พวกเราวิเคราะห์และตัดสินใจได้ดีที่สุด


ภาพพิมพ์คุณภาพสูงนั้นจะเรียกกันว่า Giclee Prints หรือ Archival Prints เพราะด้วยศักยภาพของเครื่องPrinter สีสัน ความคงทนของภาพ รวมถึงคุณภาพโดยรวมของผลงานที่ได้รับ เปรียบได้กับงานระดับมาสเตอร์พีซในแกลอรี่หรือพิพิธภัณฑ์ โดยตัวผลงานที่ผ่านการพิมพ์จะเป็นเหมือนงานศิลปะที่ล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่งเลยก็ว่าได้



คำว่า Giclee (จี-เคล่) มาจากรากศัพท์ฝรั่งเศสคำว่า “Gicler” ที่มีความหมายว่า “พ่น” ซึ่งสอดคล้องกับเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบดิจิตอลที่ถูกพัฒนาในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ที่พยายามพัฒนาทั้งในเรื่องความสม่ำเสมอของการปล่อยหยดหมึก ความคงทนของภาพ รวมถึงตัววัสดุที่ใช้พิมพ์ เพื่อให้งานพิมพ์มีความคงทน ไม่ซีดจาง คำว่า Giclee จึงถูกนำมาใช้เรียกงานพิมพ์ที่มีคุณภาพ สามารถเก็บรักษาได้ยาวนานนับร้อยปี ภาพมีมิติเหมือนภาพเขียนจริงจากศิลปิน จนแยกไม่ออกว่าชิ้นไหนคืองานต้นฉบับ


แต่หลายคนคงสงสัยว่า แล้วงานพิมพ์แบบไหนถึงจะเข้าข่ายระดับ Giclee Prints หรือ Archival Prints โดยมาตรฐานแล้ว งานพิมพ์ Gicleeจะต้องเข้าตามเกณฑ์มาตรฐานอย่างน้อย 3 ประการดังต่อไปนี้


1. Resolution ของภาพขั้นต่ำควรเป็น 300 PPI

(Pixels Per Inch)